THIS
ISSUE

BUY SUBSCRIBE
ปีเตอร์ กับน้องแพนเตอร์
13/10/2014

รับมือแบบวิน-วิน เตาะแตะหัวฟัดหัวเหวี่ยง

การดูแลเด็กวัยเตาะแตะ
รับมือแบบวิน-วิน เตาะแตะหัวฟัดหัวเหวี่ยง


                 ส่วนใหญ่เวลาลูกเตาะแตะฟาดหัวฟาดหาง พ่อแม่มักอยากรู้เพียงว่าทำไมลูกวัยนี้ถึงเอาแต่ใจนัก และขอวิธีหยุด แบบไม่ให้เกิดอีกเลย (จะได้ไหม) แต่คุณเคยรู้ไหม ในใจลูกน้อยคิดอะไรอยู่ตอนเขาแสดงอภินิหาร และเพราะอะไรวิธีรับมือของคุณถึงไม่ได้ผลและวิธีแบบไหนถึงจะได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่ายเรามีคำแนะนำและคำอธิบายจากผู้เชี่ยวชาญ ที่จะซับน้ำตาให้แม่ๆ ลูกๆ ได้บ้าง

 

รู้จักวงจรโกรธเกรี้ยวของเด็กน้อย

1 คุกรุ่น และพุ่งปรี๊ดได้รวดเร็ว (น้ำตา เสียงร้อง ท่าทางเตรียมปะทุพร้อมกันได้ทุกเวลา)

             “พฤติกรรมโมโหโกรธาของเด็กวัยเตาะแตะมักเปิดฉากเร็ว หากคุณจับอารมณ์ลูกไม่ทันตั้งแต่ตอน 2-3 นาทีแรกที่เริ่มกรุ่นๆ และรีบดับเสียก่อน เมื่อเข้าสู่โหมดอารมณ์โกรธแล้ว เด็กวัยนี้มักจะแสดงความโกรธออกมาทางกาย เช่น กรีดร้อง ดิ้น ขืนตัว เขวี้ยงปาข้าวของ ตี ฯลฯ” คุณหมอไมเคิล โพเทกัล กุมารแพทย์ด้านจิตประสาท แห่งมหาวิทยาลัยมินเนโซตา และคุณหมอ เจมส์ เอ กรีน ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยา จากมหาวิทยาลัยคอนเนคติกัต อธิบาย คุณหมอทั้งสองให้หนูน้อยวัยเตาะแตะสวมชุดที่มีไมโครโฟนติดอยู่ และทำการบันทึกพฤติกรรมการงอแงกว่า 100 ครั้ง พบว่า เสียงกรีดร้องงอแงที่ดังที่สุดจะเท่ากับเสียงแตรรถที่บีบกันในชั่วโมงเร่งด่วนเลยทีเดียว

 

2 โกรธอยู่และเศร้า (ร้องไห้+สะอึกสะอื้น)

            จากการวิเคราะห์วิดีโอพฤติกรรมงอแงของเด็กวัยเตาะแตะ คุณหมอกรีนและคุณหมอโพเทกัล พบว่า หลังจากความโกรธจัด แล้วเด็กจะเศร้าต่อเนื่องไปด้วยกัน ซึ่งแสดงออกด้วยการร้องไห้ สะอึกสะอื้น แต่ท่าทีลีลาการแผลงฤทธิ์เป็นที่เข้าตามากกว่า คุณหมอโพเทกัลอธิบายว่า “คุณพ่อคุณแม่สังเกตให้ดี จะเห็นว่าที่จริงแล้วเวลาลูกโกรธและร้องไห้ เขาจะสะอึกสะอื้นตั้งแต่เริ่มไปจนจบเลย

            ถึงตอนนี้เรียกว่าระดับความโกรธลดลง แต่ก็ยังถือว่ามีท่าทีโกรธอยู่ จึงยังไม่ใช่เวลาเข้าไปปลอบ รอให้ลูกเย็นลงก่อน เพราะความโกรธจะบดบังความพร้อมที่จะได้รับการปลอบประโลม

            “เมื่อเราไปอุ้มลูกที่กำลังโมโห เขาจะแอ่นหรือขืนตัว ทำตัวแข็ง” คุณหมอโพเทกัลให้ข้อสังเกต “เพราะความโกรธปิดกั้นไม่ให้เด็กๆ ยอมรับการปลอบประโลม” (ลองนึกถึงการสะบัดไม่ให้สัมผัสโดนเนื้อตัวกันตอนที่ผู้ใหญ่โกรธกัน หรือเวลาที่ไปกอดปลอบใจหลังโกรธกันแล้วอีกฝ่ายยืนนิ่งตัวแข็งดูก็ได้)

 

3 พายุสงบ

             แม้ขณะที่พายุอารมณ์ของลูกกำลังโหม แต่ลูกก็ยังต้องการคนอยู่ข้างๆ เขา เพราะเมื่ออาการโกรธเกรี้ยวและสะอึกสะอื้นสงบลง เด็กๆ จะพร้อมสำหรับการปลอบ นั่นก็เพราะเด็กๆ จะรู้สึกไม่ดีที่เขาควบคุมตัวเองไม่ได้ จึงต้องการการกอดและจูจุ๊บปลอบใจ ถึงเขาจะยังไม่อยากดีด้วยนักหรอก แต่การปลอบใจเป็นการแสดงออกของพ่อแม่ที่ยอมรับเขา ยอมรับว่ามันน่าโมโห แต่ตอนนี้มันจบแล้ว” คุณหมอคลอเดีย เอ็ม โกลด์ ผู้อำนวยการโครงการอารมณ์สังคมของเด็กปฐมวัย โรงพยาบาลนิวตันเวส์ลีย์ สรุป

 

4 เปลี่ยนโหมดฉับพลัน

             “เพราะเด็กเปลี่ยนอารมณ์และท่าทีได้เร็วกว่าผู้ใหญ่ ดังนั้น จึงเป็นเรื่องปกติที่ หลังจากการแสดงอภินิหารจบไปแล้ว พ่อแม่ยังไม่ทันจะหายเคืองเลย แต่ลูกกลับเปลี่ยนโหมดไปนั่งเล่นต่อบล็อคอย่างเพลินใจไปแล้ว นั่นเป็นเพราะอารมณ์ของเด็กเปลี่ยนแปลงได้ง่าย หรือมีการปรับเปลี่ยนได้เสมอนั่นเอง” คุณหมอโพเทกัลอธิบาย

 

5 วิธีไม่เวิร์ค หยุดฤทธิ์เตาะแตะ

              1 ถามยาว และมากมาย  

              คุณหมอกรีนอธิบายว่า “เด็กวัยสองขวบยังไม่มีความรู้ และไม่สามารถใช้ภาษาบรรยายความรู้สึกได้” ดังนั้น การระดมคำถามไปยังลูกที่กำลังแผลงฤทธิ์อยู่ เช่น “ทำไมถึงทำอย่างนั้นกับน้องล่ะลูก?” หรือ “อยากได้อะไรล่ะลูก?” จะยิ่งเป็นการยืดระยะเวลาการงอแงของลูกออกไปอีก เพราะจะยิ่งทำให้เขาสับสนกับระบบการพูด และการคิดมากยิ่งขึ้นไปด้วย

 

              2 ร่ายเหตุผล

              “ลูกไม่ต้องเอากล้วยมาปอก เพราะแม่ปอกไปให้แล้ว” ยิ่งอธิบายเหตุผลกับลูกน้อยที่กำลังร้องไห้ ยิ่งเสียเวลา คุณหมอโกลด์อธิบายว่า “ขณะกำลังโกรธ ร้องโวยวาย สมองส่วนลิมบิคซึ่งเป็นส่วนที่ควบคุมอารมณ์กำลังทำงาน สมองระดับสูงซึ่งควบคุมการมีเหตุผลจึงยังทำงานไม่เต็มที่ ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้เหตุผลกับเด็กที่กำลังงอแง” 

 

              “ขณะกำลังโกรธ สมองส่วนควบคุมอารมณ์กำลังทำงาน ทำให้สมองส่วนของการใช้เหตุผลทำงานไม่เต็มที่ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้เหตุผลกับเด็กที่กำลังงอแง”

 

3 ตะคอก

             เด็กวัยเตาะแตะพร้อมเก็บทุกภาพการแสดงออกทุกอย่างของพ่อแม่ รวมถึงการแสดงออกที่ไม่ดีทางอารมณ์ด้วย ดังนั้น อย่าไปแพ้ทางลูก ให้สูดลมหายใจลึกๆ และเตือนตัวเองว่า “เราเป็นผู้ใหญ่แล้ว พ่อแม่ที่น็อตหลุดโวยวายให้ลูกเห็น จะส่งผลกระทบได้ในระยะยาว” นักวิจัยจากมหาวิทยาลับโอเรกอนสเตทพบว่า พ่อแม่ที่โกรธง่ายและเอะอะตึงตังจนเกินพอดีมักจะมีลูกที่มีพฤติกรรมในแบบเดียวกันด้วย

 

4 เอาแต่ขู่              

            ถ้าคุณบอกลูกที่กำลังกรี๊ดอยู่ว่าคุณจะปิดโทรทัศน์แล้วนะ แต่ไม่ปิด หรือถ้าบอกไม่ให้ของที่เขาต้องการ แต่ในที่สุดก็ทนกับความโกรธเกรี้ยวของเขาไม่ได้และต้องยอมให้ไป คุณก็เป็นเพียงเสือกระดาษ

            หากจะลงโทษลูกให้ทำบัดเดี๋ยวนั้น ด้วยท่าทีที่สงบและไม่ใช้อารมณ์ พูดจริงทำจริงอย่างสม่ำเสมอ เพราะถ้าลูกรู้ว่าทำผิดแล้ว จะถูกทำโทษจริงๆ ลูกก็จะคิดก่อนทำมากขึ้น

 

5 หมางเมิน            

            เด็กๆ มักจะทำอะไรไม่ถูก หาทางลงไม่เป็น ไม่รู้จะทำไงดีในเวลาที่งอแงอาละวาด ดังนั้นการหมางเมินทำเฉยใส่ลูกก็คือการทอดทิ้งลูกในช่วงเวลาที่ลูกอ่อนแอ คุณหมอโกลด์แนะนำว่า ให้บอกลูกด้วยน้ำเสียงปกติ ท่าทีที่สงบว่า “แม่จะอยู่ตรงนี่แหละ จนกว่าลูกจะหาย” จะช่วยยับยั้งความกราดเกรี้ยวของลูกให้ลดลง ซึ่งแตกต่างจากการพูดประชด ซึ่งจะทำให้ลูกยิ่งอาละวาดหนักขึ้นไปอีก

 

โกรธเกรี้ยวแยกประเภทได้

           ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมต่างเห็นพ้องว่า การหัวฟัดหัวเหวี่ยงร้องงอแงของเด็กแบ่งออกเป็นสามประเภทใหญ่ๆ มาดูกันว่าลูกของคุณกำลังงอแงแบบไหน

 

“เหวี่ยงจริงจังเพราะต้องการให้ได้”

           สถานการณ์ : ความรู้สึกต้องการอะไรบางอย่างแบบจริงจัง อย่างเช่น กินอาหารหรือขนม มักจะเกิดขึ้นในครัว หรือในซุปเปอร์มาร์เก็ต

           ขณะที่ลูกกำลังตื่นตากับสิ่งเร้าภายในซุปเปอร์มาร์เก็ต ความสนใจของแม่ก็จดจ่ออยู่ที่การจับจ่าย (และอาจจะทักทายคนที่รู้จัก) คุณหมอโกลด์อธิบายว่า “ที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตหรือในครัวจัดเป็นสถานที่ที่ทำให้เด็กๆ รู้สึกเครียดได้ ถ้าเราคิดว่าการงอแงของลูกคือความเครียด ไม่ใช่การทำตัวงี่เง่า ก็จะทำให้รู้สึกเห็นใจลูกมากขึ้น”

 

รับมือแบบวิน-วิน

           ให้เก็บของที่ล่อตา ยั่วกิเลสลูกภายในบ้านให้เรียบร้อย ก่อนที่จะออกไปซื้อของ หรือออกนอกบ้านกับลูก ให้ลูกกินอิ่มและนอนเต็มตื่น พกของเล่นหรือหนังสือไปสร้างความเพลิดเพลินให้กับลูก และให้ลูกได้มีส่วนร่วม

            เช่น ช่วยเลือกของบ้าง การงอแงมักจะเกิดขึ้นเมื่อเด็กถูกปฏิเสธ คุณหมออลัน กรีน กุมารแพทย์ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และคุณพ่อลูกสี่ แนะนำว่า “ให้พกกระดาษกับดินสอติดตัวไปด้วย เวลาที่ลูกร้องขออะไร ให้ลูกจดใส่กระดาษ เมื่อจะกลับบ้าน ให้ลูกเลือกสิ่งที่ลูกอยากได้หนึ่งหรือสองอย่างในรายการ หรือพ่อแม่เป็นคนเลือกสิ่งที่ลูกอยากได้ 1-2 อย่างจากรายการที่ลูกจด”

            การเขียนรายการของเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจของลูก ทำให้ลูกรู้สึกมีส่วนร่วม โดยมีรางวัลตามต้องการรออยู่เป็นของหวานปิดท้ายรายการในวันนั้น

 

“เหวี่ยงเรียกร้องความสนใจ”

            สถานการณ์ : แม่กำลังยุ่งอยู่ งั้นปล่อยของตอนนี้ซะเลย เช่น ตอนที่ลูกก็เล่นของลูกอยู่ดีๆ แต่พอแม่พูดโทรศัพท์กับใครเมื่อไร เป็นได้เรื่องขึ้นมาทุกที

รับมือแบบวิน-วิน

            ควรจะบอกกล่าวให้ลูกรู้ตัวก่อนเนิ่นๆ เช่น “แม่จะพูดโทรศัพท์นะลูก ไปเล่นคนเดียวในห้องก่อนนะ แล้วเดี๋ยวเรามาระบายสีกัน” หรือให้มีของเล่นบางอย่างโผล่ออกมาให้ลูกเล่นเฉพาะในเวลาที่แม่กำลังคุยโทรศัพท์ในเรื่องธุระสำคัญ เช่น คุยกับธนาคาร หรือราชการ ก็อาจจะให้ลูกนั่งดูการ์ตูนหน้าจอสักครู่ ซึ่งเด็กทั่วไปมักจะเพลินๆ ไปได้

            บางครั้ง การงอแงอาจจะจบลงอย่างเร็วขึ้นได้ด้วยการใช้คำสั่งสั้นๆ ที่เข้าใจง่าย และเรียกความสนใจเด็กวัยเตาะแตะได้อย่างรวดเร็ว คุณหมอโพเทกัล อธิบายว่า “คำพูดที่ยิ่งเจาะจง จะยิ่งได้ผล เช่น “อย่าตีหมาสิลูก” หรือเบนความสนใจด้วยคำชวนสั้นๆ เช่น “ระบายสีกันลูก” หรือจะชวนย้ายทำเล เปลี่ยนฮวงจุ้ยไปเลยก็ได้ เช่น “ไปหน้าบ้านกันดีกว่า ได้เวลารดน้ำต้นไม้กันแล้ว”

 

“เหวี่ยงลองของ ประลองกำลัง”

            สถานการณ์ : ไม่ยอมนอน หรือเล่นไม่ยอมเลิก เป็นวิธีแผลงฤทธิ์ลองของแบบหนึ่งของเด็กๆ

รับมือแบบวิน-วิน

             ความเหนื่อยมักทำให้พ่อแม่หยวนลูกได้ง่ายขึ้น แต่ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ย้ำว่า การยอมในเวลาที่ลูกแผลงฤทธิ์จะเป็นการสอนให้ลูกรู้ว่า การงอแงนั้นได้ผล วิธีที่ได้ผลดีทั้งลูกและคุณคือ การให้เลือก เช่น ไม่ยอมแปรงฟัน สระผม ให้ถามลูกว่า เขาจะทำอะไรก่อนดี แปรงฟัน หรือสระผม”

             เด็กๆ ไม่ชอบสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว จึงควรจะบอกให้ลูกรู้ตัวไว้ก่อนเนิ่นๆ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป เช่น ลูกเล่นกับเพื่อนอยู่ ก่อนถึงเวลากลับบ้าน ก็บอกให้ลูกรู้ตัวก่อน “ขี่จักรยานอีกสองรอบแล้วเรากลับบ้านกันนะลูก” และขอให้หลีกเลี่ยงการบอกอะไรที่เด็กวัยเตาะแตะยังไม่เข้าใจดี เช่น “ขี่จักรยานอีกห้านาทีแล้วกลับบ้านกันนะลูก” เพราะเด็กวัยเตาะแตะยังไม่รู้จักเวลา และจะรู้สึกว่าถูกมัดมือชกเวลาที่แม่บอกว่าหมดเวลาแล้ว

             คุณหมอโพเทกัลเสนอแนะอีกวิธีที่ใช้ได้ผล หลังจากใช้วิธีข้างต้นแล้ว เขายังอยากยียวน ชวนประลองกำลังอยู่ ให้คุณบอกลูกว่า ถ้าไม่ทำตามที่แม่บอก แม่จะจับมือเขาทำสิ่งนั้น เช่น “เวลาสวมกางเกงนอน ถ้าแม่นับถึงสาม แล้วยังไม่เสร็จ แม่จะจับมือลูกให้สวมให้เรียบร้อย” เด็กๆ ไม่ชอบวิธีนี้ เพราะรู้สึกถูกควบคุม เขารีบทำเองให้เรียบร้อยดีกว่า

 

พ่อๆ แม่ๆ รับมือลูกเตาะแตะเกรี้ยวกราด อย่างไรกันบ้าง

            “ลูกชายเป็นคนชอบช่วยคนอื่น พอฉันเห็นว่าลูกกำลังจะเริ่มอาละวาดงอแงแล้ว ก็รีบเอาตุ๊กตาหรือของเล่นของลูกมาแล้วทำท่าว่ามันกำลังงอแงอยู่ ลูกชายจะต้องช่วยโอ๋ให้เงียบ เขาก็จะนับไปถึง 11 กับของเล่น แล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ จนของเล่นรู้สึกดีขึ้น รีบดับอาการงอแงของลูกก่อนลุกลามค่ะ” มีแกน เซียร์ส ,บีเวอร์ตัน โอเรกอน

            “เวลาที่ลูกโวยวายงอแง ฉันจะถ่ายคลิป แล้วเปิดให้ลูกดูว่าเป็นยังไง ตอนนี้พอมีอะไร ลูกก็จะค่อยๆ คุย ไม่ร้องไห้ ฟาดหัวฟาดหาง” แชนนอน สจวร์ต, ธอร์นตัน โคโลราโด

            “เวลาที่ฉันไปข้างนอกกับลูกสาว แล้วเห็นเด็กโวยวาย ก็จะแอบชี้ให้ลูกดู แล้วกระซิบให้ลูกฟังว่า ดูเด็กคนนั้นอาละวาดสิ แม่ดีใจนะ ที่หนูไม่งอแงแบบนั้น เด็กๆ ชอบเป็นคนเก่งกันอยู่แล้ว ฉันคิดว่ามันช่วยลดการงอแงได้ค่ะ” ดินาห์ วิลเลียมส์, แครนฟอร์ด นิวเจอร์ซีย์

           “เราทำ “กระปุกสงบสติ” กันค่ะ มันเป็นขวดพลาสติกมีฝา แล้วเติมกาวใส 1 ช้อนโต๊ะลงไปต่อน้ำร้อน 1 ถ้วย ตามด้วยกากเพชรและสีผสมอาหาร เวลาที่ลูกทำท่าจะงอแง ลูกก็จะไปเขย่ากระปุกให้กากเพชรลอยฟุ้ง แล้วนั่งดูกากเพชรค่อยๆ ลงไปนอนก้นอีกครั้ง พอถึงตอนนั้นลูกก็จะรู้สึกดีขึ้น” โรบิน โอเคนโฟลด์, คัลการี อัลเบอร์ต้า

           “อุดหูซะค่ะ” อนิต้า เครดี ชิลลีโคธ, อิลลินอยส์

เมื่อเข้าสู่โหมดอารมณ์โกรธแล้ว เด็กวัยนี้มักจะแสดงความโกรธออกมาทางกาย 

Tags :

ลูก พัฒนาการเด็ก ของเล่น
วิธีพาลูกเข้านอนง่ายๆ ...เวลานอนจะให้ลูกดูดนมจากเต้าแล้วนอนกอดกัน ลูกจะรู้สึกอบอุ่นมีความสุข และหลับสนิทคะ ในตอนกลางคืนถ้าลูกตื่นมาร้องก็ให้ลูกกินนมและนอนกอดกัน สักพักลูกก็จะหลับต่อค่ะ...
ทำอย่างไรให้ลูกๆตัวน้อยกินผักใบเขียว เวลาเจอผักใบเขียว เจ้าตัวน้อยก็จะเขี่ยทิ้งหรือทำเป็นมองไม่เห็น ทำอย่างไรดีคะ
ลูกตัวน้อยเล่นซน ทำอย่างไรให้ซนน้อยกว่าเดิมดีคะ เวลาอยู่ที่โรงเรียนคุณครูก็จะรายงานมาตลอดเลยค่ะ อยู่ที่บ้านเราก็เห็นเขาเล่นตลอดเลยไม่มีหยุด
ดูทั้งหมด