อนุบาลทานตะวัน

By :Real Parenting Magazine
Hits : 461
อนุบาลทานตะวัน
school visit เรื่อง:รัชนีกรมณฑบุญฤทธิ์/ภาพ:กัญชนิกาเมืองวงษ์/ผู้ช่วยช่างภาพ:เดือนหงษาวดี

อนุบาลทานตะวันวันแห่งความสุขและการเรียนรู้ของลูก


โรงเรียนอนุบาลทานตะวัน...บ้านหลังที่สองที่เปิดโอกาสให้เด็กๆเรียนรู้กล้าคิดกล้าแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ตามวัยส่ง-เสริมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษและจีนตั้งแต่วัยเยาว์พัฒนาศักย-ภาพของเจ้าตัวเล็กให้ครบทั้ง5ด้านได้แก่ร่างกายอารมณ์สังคมสติปัญญาและจิตใจด้วยความรักและการดูแลจากคุณครูทุกคนในโรงเรียน...ที่นี่จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าเข้ามาทำความรู้จักกันค่ะ

เริ่มต้นวันด้วยรอยยิ้ม
“เมื่อเด็กๆก้าวเท้าเข้ามาในโรงเรียนเราจะทักทายกันด้วย3ภาษาคือไทยอังกฤษและจีนที่สำคัญเราให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมประเพณีของไทยเรื่องการไหว้ทำให้เด็กโรงเรียนนี้ไหว้สวยทุกคน”คุณนัยนา ขนอนเวชหรือครูหน่อยผู้จัดการโรงเรียนบอกเล่าด้วยรอยยิ้ม
เมื่อเข้าแถวเคารพธงชาติและทำกิจกรรมกายบริหารกันแล้วคุณครูจะอธิบายให้เด็กๆทราบว่าในวันนี้เราจะเรียนเรื่องอะไรกันบ้างหัวข้อการเรียนรู้นี้เปลี่ยนไปทุกสัปดาห์อย่างในวันนี้เด็กๆจะได้รู้จักเรื่อง“กลางวันและกลางคืน”ฟังดูน่าสนใจอย่างนี้ต้องตามไปดูกันแล้วละ
เปิดความคิดอิสระ

ชั้นเรียนของพี่ใหญ่อนุบาล3ในวันนี้คุณครูกำลังให้โจทย์หนูๆวาดรูปเล่าเรื่องว่าตอนกลางวัน-กลางคืนทำกิจกรรมอะไรบ้างเด็กๆทั้งหลายตั้งใจกันเต็มที่เหลือบไปเห็นบางคนวาดรูปโรงเรียนขณะที่อีกคนวาดตัวเองกำลังกินโจ๊ก

“เด็กๆอาจจะวาดภาพนอนหลับในตอนกลางวันก็ได้เราไม่ถือว่าผิดเพราะแสดงว่าเขาได้ถ่ายทอดความคิดของเขาออกมาเราสนับสนุนให้เขามีความคิดอิสระเป็นตัวของตัวเองแต่ต้องแยกแยะให้เป็นว่าอะไรดีอะไรไม่ดีให้คิดถูกคิดผิดเป็น”คุณครูหน่อยอธิบาย

เพราะฉะนั้นงานนี้นอกจากเด็กๆจะได้เรียนรู้ธรรมชาติในเวลากลางวันและกลางคืนแล้วยังเรียนรู้ที่จะคิดอย่างสร้างสรรค์และกล้าแสดงความคิดของตนเองออกมาด้วย

ทักษะภาษาเรียนรู้ได้ง่ายในวัยเด็ก
บรรยากาศการเรียนของที่นี่เราจะได้ยินเด็กๆตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล1สื่อสารด้วยภาษาอังกฤษและจีนอย่างคล่องปรื๋อซึ่งเรื่องนี้คุณขวัญทิพย์ชินเศรษฐวงศ์หรือคุณเปิ้ลผู้อำนวยการโรงเรียนบอกว่าการเรียนภาษาโดยธรรมชาติควรเริ่มตั้งแต่อนุบาลเพราะเป็นวัยแห่งการเรียนรู้ที่เด็กจะซึมซับง่ายและจำได้ไปตลอดชีวิต

“เหมือนที่เราสามารถพูดว่า‘พ่อ’กับ‘แม่’ได้ตั้งแต่แบเบาะเพราะฉะนั้นภาษาต้องเกิดก่อนกล้ามเนื้อมือในการขีดเขียนจะมาทีหลังสิ่งสำคัญคือต้องทำให้เด็กมีความสุขในการเรียนภาษาด้วยเราจะสอนโดยใช้คำพูดที่ใช้ในชีวิตประจำวันโดยเฉพาะเป็นคำที่เด็กนึกภาพได้ทำให้พวกเขาชอบและอยากพูด”

เด็กๆที่นี่จะได้ใช้คำศัพท์ทั้ง3ภาษาไทยอังกฤษและจีนอย่างเป็นธรรมชาติเริ่มตั้งแต่สวัสดีคุณครูในตอนเช้าไปจนถึงการทำกิจกรรมเข้าห้องเรียนฟังนิทานเล่นเกมเหล่านี้จะใช้ภาษาทั้งสามเชื่อมโยงเข้าด้วยกันเพื่อให้เด็กคุ้นเคยและสามารถออกเสียงสำเนียงได้ชัดเจนสื่อสารได้ถูกต้องอย่างคาบวิชาภาษาจีนในวันนี้คุณครูชี้รูปดวงอาทิตย์ดวงจันทร์ดอกไม้และก้อนเมฆอยู่บนกระดานพร้อมทั้งถามว่าคืออะไรให้เด็กช่วยกันตอบโดยสื่อสารกันเป็นภาษาจีน

“ตรงนี้ทำให้เด็กรู้จักกลางวัน-กลางคืนทั้งสามภาษาและเมื่อมีความสุขกับการเรียนสมองทั้งสองซีกก็จะพัฒนาไปพร้อมกันค่ะ”คุณครูหน่อยอธิบายให้ฟังด้วยรอยยิ้มไปเที่ยว...ไปดู...ไปเรียนรู้นอกทานตะวัน

เพราะความรู้ไม่ได้อยู่แค่ในตำราทางโรงเรียนจึงจัดกิจกรรมให้เด็กๆได้สัมผัสประสบการณ์นอกสถานที่ด้วยเช่นไปเรียนรู้วิธีการจับปลาการแปรรูปปลาการขายปลาที่มหาชัยเยี่ยมชมสวนมะม่วงเข้าใจกระบวนการว่าก่อนที่เราจะได้มะม่วงมากินนั้นต้องทำอย่างไรบ้างนอกจากจะได้ความรู้แล้วยังปลูกฝังให้เด็กๆเกิดความรักเห็นคุณค่าและรู้สึกหวงแหนท้องถิ่นของตนเองอีกด้วย
“เราดีใจเป็นพิเศษทุกครั้งที่จัดกิจกรรมอย่างนี้เพราะจะได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครองอย่างมากพ่อแม่ลูกจะเห็นความสำคัญร่วมกันทำให้เรามั่นใจว่าเมื่อเราให้ความรู้กับเด็กไปแล้วผู้ปกครองจะมีการสานต่อให้ความรู้เพิ่มเติม”คุณเปิ้ลกล่าว

เด็กดีต้องมีคุณธรรมเป็นผู้นำและผู้ตาม
ด้วยตระหนักเป็นอย่างดีว่ากระบวนการเรียนรู้สำคัญของเด็กจะเริ่มขึ้นในช่วง0-6ขวบเพราะฉะนั้นทางโรงเรียนจึงเน้นให้เด็กเข้าใจคุณธรรมจริยธรรมและระเบียบวินัยโดยมีคุณครูทุกคนเป็นต้นแบบที่ดี
“เราจะฝึกการเป็นผู้นำตั้งแต่ขวบครึ่งโดยให้ใช้ไมค์นำเพื่อนๆร้องเพลงตอนเช้าและต้องสลับกันทุกวันไม่ใช่เฉพาะใครคนใดคนหนึ่งนำเท่านั้นเพราะเราต้องการให้เด็กทุกคนเป็นผู้นำและผู้ตามอย่างมีกฎกติกามารยาท
“ที่สำคัญเราอยากให้ลูกศิษย์เป็นคนดีก่อนที่จะเป็นคนเก่งเมื่อคนดีมาอยู่รวมกันมีความเกื้อหนุนจุนเจือกันรู้จักเลือกสิ่งดีให้สังคมก็จะเกิดความสุขตามมาในท้ายที่สุด”

ใส่ใจทุกรายละเอียด
ทางโรงเรียนจะจัดเตรียมอาหารให้เด็กๆได้รับสารอาหารครบทั้ง5หมู่และปลอดสารพิษที่สำคัญไม่มีการขายขนมขบเคี้ยวหรือน้ำอัดลมส่วนอาหารที่ผู้ปกครองเตรียมมาจากบ้านทางโรงเรียนจะขอความร่วมมือ
ให้เป็นผลไม้กับขนมที่มีประโยชน์เท่านั้น

“ความใส่ใจดูแลในทุกด้านถือเป็นจุดเด่นของโรงเรียนเรามั่นใจที่จะให้พ่อแม่ได้เห็นทันทีเมื่อต้องการเข้ามาดูบรรยากาศในการเรียนในหนึ่งเดือนแรกคุณพ่อคุณแม่สามารถมาดูลูกที่โรงเรียนได้ว่ามีความเป็นอยู่อย่างไรบ้าง”คุณครูหน่อยกล่าวทิ้งท้าย
คุณขวัญทิพย์ชินเศรษฐวงศ์ผู้อำนวยการโรงเรียนคุณนัยนาขนอนเวชผู้จัดการโรงเรียน



หลักสูตร
วางพื้นฐานกระบวนการเรียนรู้และความสามารถตามวัยของเด็กเพื่อเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาทั้ง5ด้านและส่งเสริมให้เด็กมีความพร้อมทางด้านภาษาไทยอังกฤษและจีนสำหรับเป็นพื้นฐานที่ดีในอนาคต
ชั้นเรียน
-ระดับเนิร์สเซอรี่รับตั้งแต่1ขวบครึ่ง
-อนุบาล(1-3)รับตั้งแต่3ขวบ

ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
-เทอมแรก38,000บาทรวมค่าใช้จ่ายในส่วนชุดนักเรียนกิจกรรมต่างๆเช่นทัศนศึกษาค่าอุปกรณ์การเรียนค่าอาหาร
-เทอมสอง28,000บาท
ที่ตั้ง
9/1หมู่ที่2ถนนบางบอน5แขวงบางบอนเขตบางบอนกรุงเทพฯ10150โทรศัพท์0-2892-4937-9โทรสาร0-2892-4937หรือคลิกได้ที่www.sunflowerschool.ac.th
Tag: จิต กาย

Comment

Search

No.110Vol.9

น้องวันใหม่ ฉัตรบริรักษ์ กับน้องโปรด บุญยรัตกลิน 

Buy | Subscribe
 

Q & A

ท้องได้ 16 สัปดาห์เป็นท้องแฝดค่ะ อยากทราบว่าอย่างพวกแคลเซียมควรกินกี่มิลลิกรัมต่อวันคะ ต้องเบิ้ลเป็น 2 เท่าหรือเปล่า และควรจะกินวิตามินอะไรเพิ่มเติมอีกหรือไหมคะ
สำหรับท้องแฝด ปริมาณแคลเซียมที่ลูกจะดึงจากคุณแม่ไปใช้ก็จะเพิ่มตามไปด้วย ดังนั้นคุณแม่ต้องรับประทานแคลเซียมให้มากขึ้น แต่ถ้าถึงขั้นเบิ้ลเป็น 2 เท่า อาจจะทำให้เกิดอาการท้องผูก เป็นริดสีดวงทวารหนักได้ ทางที่ดีคุณแม่ควรรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น ไข่ ผักใบเขียวบางชนิด เช่น คะน้า และธัญพืชที่มีแคลเซียม เช่น งาดำ หรือนมถั่วเหลือง ส่วนวิตามินที่ต้องรับประทานเพิ่มคือวิตามินที่มีธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบ และก็ต้องเพิ่มปริมาณเหมือนแคลเซียม แต่ไม่ควรรับประทานทีเดียว 2 เม็ด เพราะร่างกายจะดูดซึมวิตามินไม่ทัน ให้รับประทานเป็นมื้อละ 1 เม็ด วันละ 2-3 ครั้งดีกว่าค่ะ
ตอนนี้ตั้งท้องได้ 8 สัปดาห์แล้วค่ะ เริ่มรู้สึกปวดๆบริเวณก้นกบ ขนาดนั่งบนที่นอนนิ่มๆ ก็ยังปวดเลย อยากทราบว่าอาการแบบนี้ผิดปกติหรือเปล่าและจะช่วยบรรเทาอาการปวดได้อย่างไรบ้าง
คุณแม่ตั้งครรภ์แค่ 8 สัปดาห์ ขนาดของมดลูกและตัวเด็กยังเล็กมากๆ ไม่สามารถไปกดทับกระดูกก้นกบได้ อาการปวดดังกล่าวน่าจะเกิดจากสภาวะอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ เช่น กล้ามเนื้ออักเสบ การกระแทกแรงๆ อย่างหกล้มก้นกระแทก และอาจจะเกิดการหักหรือการร้าวของกระดูก อาการดังกล่าวถึอว่าผิดปกติค่ะ ควรจะไปพบแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและกล้ามเนื้อ ส่วนการบรรเทาปวด ลองใช้ยานวดบรรเทาปวดคู่กับการประคบร้อนเป็นระยะเวลาไม่เกิน 10 นาที ถ้าเป็นยากินก็มีแต่พาราเซตามอลที่ปลอดภัย ไม่ควรทานยาลดอาการอักเสบของกล้ามเนื้อ NSAIDs หรือ ยาคลายกล้ามเนื้อค่ะ เพราะตัวยาจะส่งผลเกิดอันตรายต่อการตั้งครรภ์ได้

poll

คุณให้ลูกดูทีวี / การ์ตูน วันละกี่ชั่วโมงกันนะ




Copyright © 2002 Amarin Printing & Publishing Public
about us / contact us / advertise with us / credits / privacy prolicy