ISSUE103
                9 2013
ISSUE 103 SEP 2013
facebook twitter
E-Mail :
   

สำหรับคุณแม่ท้องที่สมัครสมาชิก



มงคลชีวิต โดย ท่าน ว.วชิรเมธี


ปุจฉา
การตั้งชื่อไม่ตรงกับวันเกิดจะมีผลต่อชีวิตของคนๆ นั้นมากน้อยเพียงใด  ดิฉันขอรบกวนพระอาจารย์ตั้งชื่อใหม่ให้ลูกสาวค่ะ เนื่องจากเดิมตั้งไว้ไม่ตรงกับวันเกิด ลูกสาวเกิดวันอังคารที่ 27 เมษายน 2553 เวลา 04.40 น. ดิฉันเข้าใจว่าหลังเที่ยงคืนเป็นวันอังคาร จึงตั้งชื่อลูกตามวันอังคารค่ะ แต่มารู้ภายหลังว่า หลักการตั้งชื่อ หากเกิดก่อนเวลา 06.00 น. ยังถือเป็นวันจันทร์อยู่ หากใช้ชื่อเดิมก็จะมีตัวอักษรที่ไม่เป็นมงคล
ขอขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ

จากคุณถกลศรี โพทิลา

วิสัชนา
การตั้งชื่อตามหลักทักษา
หลักการตั้งชื่อที่ถือกันอยู่ในเมืองไทยนั้นมีหลายหลักด้วยกัน ที่นิยมกันมากก็คือ การตั้งชื่อตามหลักทักษา เป็นหลักการที่สืบทอดกันมาแต่โบราณในวงการณ์โหราศาสตร์ หรือในวงการพระสงฆ์เอง แม้จะตั้งชื่อพระบวชใหม่ ก็ยังใช้หลักทักษา ซึ่งมีหลักง่ายๆ คือ การตั้งชื่อคนโดยใช้พยัญชนะวรรคเป็นเกณฑ์ เช่น วันจันทร์ ต้องตั้งชื่อโดยใช้พยัญชนะวรรค กะ เท่านั้น ซึ่งพยัญชนะในวรรคนี้ก็ประกอบด้วย ก ข ค ฆ ง
นอกจากนั้นแล้ว ยังไม่นิยมให้มีสระในวันจันทร์ด้วย เพราะเชื่อกันว่า การมีสระในชื่อจะทำให้ชื่อเป็นกาลกิณี ซึ่งพอเชื่ออย่างนี้แล้ว ถ้าถือตามนี้ คนเกิดวันจันทร์ก็จะมีชื่อไม่สู้ไพเราะนัก แถมชื่อก็ไม่สระอีกต่างหาก เช่น กนกวรรณ กฤตพล กนตวชร คเณศร ขจร ขนม จะเห็นว่า การตั้งชื่อตามหลักนี้ มีข้อจำกัดมาก

การตั้งชื่อตามตำราเลขศาสตร์
อีกตำราหนึ่งที่นิยมคือ ตำราเลขศาสตร์ หลักการของตำรานี้ คือ มีความเชื่อกันสืบมาว่า อักษรทุกตัวสามารถตีค่าเป็นตัวเลขได้ และอธิบายกันอีกว่า เลขไหน เป็นมงคล หรือเลขไหนเป็นกาลกิณี เช่น อักษร ก (ในที่นี้ขอยกตัวอย่างโดยไม่อิงตำรา แต่สมมุติขึ้นมาเพื่ออธิบายเท่านั้นว่า) มีค่าเป็นเลข ๓ อักษร ฤ มีค่าเป็นเลข ๒ อักษร ต มีค่าเป็นเลข ๑ อักษร ย มีค่าเป็นเลข ๒ อักษร ศ มีค่าเป็นเลข ๑ พอบวกกันแล้วได้เลข เป็น ๙ ถ้าเอามาตั้งชื่อก็จะได้เป็น “กฤตยศ” คนไทยถือว่า เลข ๙ เป็นเลขมงคล อยากจะให้ชีวิตมีแต่มงคล ก็พยายามหาอักษรมาผสมกันจนได้ตามนั้น ถ้าคนตั้งมีความชำนาญ ก็ได้ชื่อไพเราะ แต่ถ้าไม่ชำนาญ บ่อยครั้งก็จะเห็นชื่อแปลกๆ ที่มีการันต์และอักษรยั้วเยี้ยไปหมด ยิ่งชื่อของคนรุ่นใหม่ในยุคนี้ มีแต่คำที่เรียกยากๆ อ่านยากๆ คงมุ่งเอาความหมายกันเป็นหลัก จึงค่อนข้างไปทางเขียนประหลาด อ่านประหลาด เช่น “ธันย์วรัญญ์” หรือ “อนันต์กุลณัฏฐ์” หรือ “ไรยาวรินทร์”

ถ้าเป็นสมัยก่อน การตั้งชื่อถือเป็นงานหลักของพระสงฆ์ มีบ้างที่พ่อแม่ตั้งให้ แต่ก็ไม่มากนัก มาในยุคนี้ มีพจนานุกรมเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง หมอที่โรงพยาบาลก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง หรือการเปิดตำราตั้งชื่อที่พิมพ์ขายมากมายเป็นคู่มือก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ใครชอบทางไหน ก็เลือกทางนั้นตามอัธยาศัย ไม่ว่ากัน

การตั้งชื่อตามหลักพุทธศาสนา

ส่วนในทางพุทธศาสนานั้น เราถือกันว่า ชีวิตคนจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับ “การกระทำ” ของเจ้าตัวเป็นสำคัญ ชื่อแทบไม่มีส่วนต่อความสำเร็จ ล้มเหลวในชีวิตหรือส่งผลอะไรต่อสุขภาพของคนมากนัก เพราะเราถือกันว่า ชื่อเป็นเพียงสมมุติที่ใช้เรียกขานกันเท่านั้นเอง แต่ถ้าตามหลักอื่น ก็แล้วแต่จะเชื่อกันไป

อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่มนุษย์เป็นสัตว์สังคม การตั้งชื่อก็จึงต้องตั้งเพื่อให้อยู่ในสังคมได้อย่างเหมาะสม จะมาตั้งกันตามใจฉันโดยไม่สนใจสังคมก็คงไม่ได้ ดังนั้นการตั้งชื่อ เมื่อกล่าวตามหลักพุทธ ผู้เขียนจึงเน้นไปที่ ๑. ถูกต้องตามหลักภาษา ๒. ความหมายเป็นมงคล ๓. สอดคล้องกับเพศ ๔. ไพเราะ ๕. ไม่ขัดกับค่านิยมในสังคม

แล้วก็กำกับไว้ด้วยว่า “ชื่อเป็นเพียงสมมุติบัญญัติ ชีวิตจะดีหรือไม่ ต้องลงมือสร้างสรรค์พัฒนาด้วยตนเอง อย่าฝากชะตากรรมของตนไว้กับชื่อ” หรือ “ชื่อมีไว้ใช้สื่อสาร อนาคตเธอต้องลงมือสร้างสรรค์ด้วยมันสมองและสองมือของเธอเอง”

กรณีลูกสาวของคุณก็ขอเปลี่ยนให้ใหม่สักสามชื่อโดยเอาคติพุทธเป็นสำคัญดังต่อไปนี้
ชื่อแรก “พิชญมน” (อ่านว่า พิด-ชะ-ยะ-มน) แปลว่า “ดวงใจนักปราชญ์” หรือแปลกลับกันว่า “ปราชญ์ผู้เป็นดั่งดวงใจ” แปลให้ง่ายก็คือ ปราชญ์ผู้เป็นที่รักของมหาชนนั่นเอง นักปราชญ์ดังๆ ของโลกซึ่งเป็นที่รักของประชาชนมีมากมาย เช่น พระพุทธเจ้า พระปิยมหาราช ไอน์สไตน์ กาลิเลโอ มารีกูรี หรือสุนทรภู่ เช็คสเปียร์ ที่ชื่อไม่เคยหายไปจากความนิยมของมหาชน นี่แหละเขาเรียกว่า ปราชญ์ผู้เป็นที่รักดั่งดวงใจ
ชื่อที่สอง “ณัฐพร” (อ่านว่า นัด-ฐะ-พอน) แปลว่า “ปราชญ์ผู้ประเสริฐ” แปลให้ง่ายก็คือ เก่งด้วย ดีด้วย หรือทั้งเก่ง ทั้งเป็นคนดี
ชื่อที่สาม “พลัชชา” (อ่านว่า “พะ-ลัด-ชา) แปลว่า “เกิดมาแข็งแรง” หรือ “เกิดมามีพลกำลัง” ตั้งให้ตามที่ขอมา คือ อยากให้ลูกสาวแข็งแรง ตั้งแบบนี้เรียกว่า ตั้งเพื่อเป็นกำลังใจ ในทางปฏิบัติก็ต้องช่วยกันดูแลให้กินอิ่ม นอนอุ่น เดี๋ยวสุขภาพก็จะแข็งแรงแน่นอน



Real-Clip

YouTube
Real-Clip
TV
คุณให้ค่าขนมลูกวัยอนุบาลวันละกี่บาท