อ่านเรื่องย้อนหลัง ++

ทักษะ 5 ด้าน 360 องศา Parenting Skills พ่อแม่ยุคนี้ (จริงๆ แล้ว) เลี้ยงลูกแบบไหน
ปีนี้เรียลพาเรนติ้งอายุครบ 5 ขวบ เรานำเสนอวิธีพัฒนาทักษะการเป็นพ่อแม่อย่างมีความสุขในทุกด้านมาอย่างต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี ภายใต้แนวคิด 360 องศา Parenting Skills เพื่อให้ลูกรักเป็นเด็กเก่ง ดี มีสุข แต่ในความเป็นจริง คุณพ่อคุณแม่เลี้ยงลูกอย่างไรกันแน่ ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เรียลพาเรนติ้ง จึงไปสอบถามความคิดเห็นคุณพ่อคุณแม่กลุ่มตัวอย่างในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 400 คน โดยแบ่งกลุ่มตัวอย่างตามอายุบุตรเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแม่ตั้งครรภ์ กลุ่มพ่อแม่ที่มีลูกวัย 0 - 3 ขวบ กลุ่มพ่อแม่ที่มีลูกวัย 4 - 6 ขวบ และกลุ่มพ่อแม่ที่มีลูกวัย 7 - 12 ปี ในหัวข้อพ่อแม่ยุคนี้เลี้ยงลูกแบบไหน พบว่า
แข็งแรง - ฉลาด - เป็นเด็กดี สามทักษะพ่อแม่ส่งเสริมที่สุด
ในบรรดา 5 ทักษะการเลี้ยงลูกเพื่อเสริมสร้างลูกน้อยให้มีความสุขและใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ อันได้แก่ Smart Brain, Smart Safety, Smart Moral, Smart Physical และ Smart Social พ่อแม่ให้ความสำคัญดังนี้
• Smart Physical 28.3% ส่งเสริมให้ลูกมีพัฒนาการสมวัย สุขภาพแข็งแรง โดยให้ลูกรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ ดื่มนมเยอะๆ ลดการกินขนมหวานและดื่มน้ำอัดลม พาลูกไปออกกำลังกาย เช่น วิ่ง ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ เล่นฟุตบอลและบาสเกตบอล ฯลฯ รวมทั้งซื้อของเล่นเพื่อกระตุ้นพัฒนาการของลูก
• Smart Brain 21.3% ส่งเสริมให้ลูกมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด โดยให้ลูกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อ่านหนังสือให้ลูกฟัง ให้ลูกฟังเพลง ดูซีดีเสริมทักษะความรู้ ส่งไปเรียนพิเศษวิชาคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ฝึกให้เล่นเกม วาดภาพและระบายสี
• Smart Moral 21.2% ปลูกฝังด้านคุณธรรม จริยธรรม เพื่อให้ลูกเป็นเด็กดีโดยพาไปวัด / โบสถ์ / มัสยิด สอนสวดมนต์ไหว้พระ นั่งสมาธิ ละหมาด ปลูกฝังด้านมารยาท การอ่อนน้อมถ่อมตน มีน้ำใจ เสียสละ ซื่อสัตย์
• Smart Social 15.0% ส่งเสริมให้ลูกปรับตัวให้เข้ากับผู้อื่นในสังคม เข้มแข็งและอดทน โดยฝึกให้ลูกกล้าแสดงออก กล้าพบปะผู้คน รู้จักรอคอยและอดทน
• Smart Safety 14.2% ส่งเสริมทักษะการเอาตัวรอดเพื่อรับมือกับภัยในสังคม โดยฝึกให้ทำอะไรด้วยตัวเอง รู้จักช่วยเหลือตัวเองและผู้อื่น ยกตัวอย่างสถานการณ์จริงให้ลูกฟัง พร้อมทั้งแนะนำวิธีป้องกันตัว และพาไปเรียนศิลปะการป้องกันตัว เช่น มวยไทย เทควันโด
เกราะเสริมสร้างความผูกพัน...พื้นฐานสำคัญในการเลี้ยงลูก
เมื่อสอบถามถึงแนวทางปฏิบัติในการเลี้ยงลูกของพ่อแม่ที่มีบุตรวัย 0 - 12 ปี พบว่า วิธีการของพ่อแม่แต่ละกลุ่มไม่แตกต่างกัน โดยเฉพาะสามแนวทางที่ยึดถือปฏิบัติเป็นประจำ ซึ่งนับเป็นเกราะเสริมสร้างความผูกพันในครอบครัวได้ดี นั่นคือสร้างความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเองกับลูก ให้คำแนะนำและเป็นกำลังใจให้แก่ลูก รวมทั้งแสดงความรักด้วยการโอบกอด หอมแก้มลูก
75.6% สร้างความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเอง
70.7% คอยให้คำแนะนำและเป็นกำลังใจให้ลูก
69.9% โอบกอด หอมแก้ม และแสดงความรัก
58.3% พูดคุยด้วยหลักการและเหตุผล
58.0% สอนให้ลูกรู้จักคิดและทำอะไรเอง
48.6% เปิดโอกาสให้ลูกแสดงความคิดเห็นเอง
42.0% จัดสรรเวลาสำหรับลูกอย่างสม่ำเสมอ
อนาคตลูกฉันต้อง...เก่งและดี
ด้านการวางแผนหรือความคาดหวังเกี่ยวกับอนาคตของลูก พ่อแม่กว่า 80% คาดหวังเกี่ยวกับอนาคตของลูก ดังนี้
45.0% คาดหวังให้ลูกมีอาชีพการงานที่มั่นคง
38.7% คาดหวังให้ลูกเป็นคนดีของสังคม
23.3% คาดหวังให้ลูกเลือกทำสิ่งที่ชอบ
2.0% คาดหวังให้ลูกมีการศึกษาสูงๆ
น่าตกใจที่ผลสำรวจพบว่า มีพ่อแม่เพียง 4 ใน 10 คนเท่านั้นที่แบ่งเวลาให้ลูกอย่างสม่ำเสมอ ปัจจัยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากหน้าที่การงานที่ต้องรับผิดชอบ ทำให้ไม่มีเวลาที่แน่นอน
โดยสรุป การสำรวจความคิดเห็นว่า พ่อแม่ยุคนี้ (จริงๆ แล้ว) เลี้ยงลูกแบบไหน แบ่งได้เป็น 3 ส่วน ดังนี้
1. คาดหวังให้ลูกสมบูรณ์แบบทั้งเก่งและดีในเวลาเดียวกัน
ด้วยสภาพสังคมปัจจุบันที่มีการแข่งขันกันสูง ทำให้พ่อแม่ยุคนี้อยากให้ลูกของตนเป็นเด็กสมบูรณ์แบบ ทั้งเก่งและดีในเวลาเดียวกัน จึงพยายามส่งเสริมทักษะการเรียนรู้แก่ลูกในทุกด้านอย่างครบครัน พ่อแม่ส่วนหนึ่งถึงกับวางแผนอาชีพในอนาคตของลูกตั้งแต่เด็กยังเรียนชั้นประถม จนบางครั้งลืมถามความสมัครใจและเปิดโอกาสให้ลูกแสดงความคิดเห็น ขณะที่บางคนต้องการเพียงให้ลูกเป็นคนดีของสังคม รู้จักแยกแยะได้ว่า อะไรถูกอะไรผิดก็พอใจแล้ว
2. ปัจจัยและอุปสรรคการสนับสนุนส่งเสริม
ผลการสำรวจพบว่า พ่อแม่ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญต่อลูกในครรภ์มากที่สุด เนื่องจากเป็นจุดเริ่มต้นพัฒนาการของเด็ก และจะลดหลั่นลงไปตามวัยของเด็กที่เพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยเปิดโอกาสหรือส่งเสริมให้เด็กรู้จักคิดและแก้ปัญหาเองมากนัก มักใช้วิธีปฏิบัติตามๆกันทั้งที่ไม่ทราบเหตุผล ทำให้เด็กขาดความเชื่อมั่นและไม่กล้าตัดสินใจทำอะไรด้วยตัวเอง
3. ทักษะที่ดีของลูก...ย่อมมาจากทักษะที่ดีของพ่อแม่
แม้ปัจจัยเรื่องเวลาจะทำให้พ่อแม่ส่วนหนึ่งขาดการดูแลเอาใจใส่ลูกอย่างใกล้ชิด แต่พ่อแม่ส่วนใหญ่ก็เห็นตรงกันว่า จะยึดถือปฏิบัติในการสานสายใยความรักความผูกพันในครอบครัว โดยการสร้างบรรยากาศอบอุ่น เป็นกำลังใจให้กันและกันเสมอ ด้วยความเชื่อมั่นที่ว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมให้ลูกน้อยเป็นคนเก่ง ดี และมีความสุขอย่างที่หวังไว้
อ่านเพิ่มเติมได้ใน นิตยสาร เรียล พาเรนติ้ง (Real Parenting)
ฉบับที่ 61 เดือนมีนาคม 2010